Character :
Gordie Blackford
 
 
 
In which vice-captain of the Sea Reaper told his tales
 

บางครั้งบางครา ฮารี...รองกัปตันเรือแบล็กสตอร์มผู้มีชาติกำเนิดลึกลับจึงจะดื่มเหล้าจนเมา (ปกติก็คอแข็งดื่มเหล้าต่างน้ำอยู่แล้ว เรื่องที่เมาจึงหาได้ยากมาก)


พอถึงเวลานั้น หัวโจกให้หมู่ลูกเรือ (หรือที่รู้จักกันในนาม กอร์ดี้ แบล็กฟอร์ด) จะเอะอะเรียกรวมพล และหมุนมีดเลือกคนขึ้นมาเล่าเรื่อง

 
ไม่รู้มันทำอย่างไร ปลายมีดจะชี้ไปทางท่านรองกัปตันเกือบทุกครั้ง
 
 
และถึงจะไม่ชี้ไปทางรองกัปตัน...ไอ้หัวโจกก็จะโวยวาย บอกว่าให้หมุนใหม่ เมื่อครู่มันเผลอกระทืบเท้า หรือวางไหเหล้าแรงไป ผลที่หมุนจึงไม่เป็นธรรม
หนักเข้าก็บอกว่าไอ้คนที่โดนมีดชี้ใส่นั้นเล่าเรื่องห่วยบัดซบ อ้าปากพูดทีไรอยากจะจับร้อยเชือกลากมุดท้องเรือเสียทุกที

 
เมื่อไม่มีใครกล้าด่ามันที่เป็นคนโปรดของกัปตัน...แม้แต่คนที่โดนด่าว่าเล่าเรื่องได้เลวทรามจนควรตาย จึงต้องหมุนมีดใหม่
 
ไม่เช่นนั้น รองกัปตันที่เงียบขรึมก็จะตัดปัญหา อาสาเล่าเรื่องแทนด้วยตนเอง

 
และนี่คือเรื่องเล่าของรองกัปตัน...ในวงเหล้าครั้งหนึ่ง
 
 
 
 
 
 
 
 
 
กาลครั้งหนึ่ง...ชนชาติเหล็กเคยเหยียบแผ่นดินใหญ่
ในฐานะผู้ปกครอง
 
 
 
(เมื่อเล่าถึงตรงนี้ลูกเรือมักส่งเสียงเฮกันลั่นคุ้งน้ำ
โดยไม่ทราบสาเหตุ
ทั้งๆ ที่ปกติไม่ค่อยชอบนึกถึงการขึ้นฝั่งแผ่นดินใหญ่เท่าไร
...เพราะปล้นไม่ได้)
 
 
 
 
 
ราชาของพวกเจ้...พวกเรา มีปราสาทใหญ่ค้ำฟ้าบนผืนดิน
เป็นที่น่าเกรงขามแก่พวกผืนดินใหญ่ที่ใช้ชีวิตนุ่มนิ่มเหมือนสัตว์กินหญ้า
 
 
 
แต่แล้ว...มังกรก็มาเยือน
 
 
 
 
(ถึงช่วงนี้ทีไร ต้องมีลูกเรือไม่ซ้ำหน้าโพล่งถามขึ้นมา
ว่ามังกรที่ว่านั้นหน้าตาเป็นอย่างไร กินอะไรเป็นอาหาร
นอกจากนั้นบางทียังถามว่ามังกรกินได้ไหมด้วย
ทำเอารองกัปตันผู้ต้องตอบซ้ำแล้วซ้ำอีกมีสีหน้าหน่ายใจยิ่งนัก)
 
 
 
 
มังกร...เป้นสัตว์ใหญ่ ยิ่งกว่าวัวบ้านแม่เจ้า (ใช่ ข้ารู้ว่าแม่เจ้ามีวัว)
หรือฉลามในทะเล...ใหญ่กว่าวาฬที่เห็น ณ ขอบฟ้าเมื่อวันก่อน
ใหญ่กว่าลำเรือซีรีปเปอร์นี้เสียอีก...
 
 
 
 
(ประมาณช่วงนี้ที่หัวโจกลูกเรือร้องขัด
บ่นว่ารองกัปตันเมามายเล่าไม่รู้ภาษา
สัตว์ใหญ่เช่นนั้นหากมีอยู่จริง เหตุใดตนจึงไม่เคยเห็น
จากนั้นจึงสั่งให้เปลี่ยนเรื่องโดยไว
เอาเรื่องสมัยยังหนุ่มหน้าไม่บากก็ได้ น่าจะสนุกกว่า)
 
 
 
 
 
เพราะมังกรตายแล้วน่ะซี กอร์ดี้...
เมื่อไร้มังกร เมื่อฤดูหนาวมาเยือน
กองทัพจากดินแดนเหนือกำแพงจะยาตรา
แผ่นดินจะล่มสลาย ฤดูใบไม้ผลิจะไม่มีวันกลับมาเยือน...
 
 
 
 
 
นิทานเจ้ามันเหลวไหล...
 
 
 
 
แผ่นดินโง่นั่นจะจมลงในหิมะหรือเกลียวคลื่นข้าก็ไม่สนหรอก
ปราสาทเดียวที่มีค่าเหนือผืนทะเล คือไพค์ของพวกเรา...
 
 
 
 
-----------------
 
 
 
"พวกเจ้าทำอะไรกันอยู่"

เสียงนอกวงที่ดังขึ้นทำให้ลูกเรือกว่าครึ่งผงะ ส่วนพวกที่เหลือหากไม่เมาจนสติขาดๆ หายๆ ก็เป็นพวกจิตแข็งหรือบ้าจนไม่รู้จักกลัวอะไร
แบบแรกคือคนอย่างรองกัปตัน ผู้ถือเสมอว่าตนประพฤติปฏิบัติดีแล้ว ใครจะกล่าวหาใดๆ ไม่ได้
แบบหลังคือคนเช่นไอ้หัวโจกลูกเรือ ผู้ถือว่าตนจะปฏิบัติตนอย่างไรก็ได้ ใครกล่าวหาก็โดดถีบยอดอกให้มันตกน้ำเงียบปากไปเป็นอันจบเรื่อง

ดวงตาสีออกเทาของกัปตันเรือซีรีปเปอร์หลุบลงมองกริชบนพื้นกลางวงลูกเรือที่นั่งล้อมกันราวกับเด็กมุงดูอะไรสักอย่าง ก่อนเสียงถอนใจหนักๆ จะดังขึ้น
ไม่รู้ว่าระหว่างพวกมันกับยายพวกป้าแก่ที่ซอล์ตคลิฟบ้านเกิดเขา ฝั่งไหนสอดรู้เรื่องชาวบ้านมากกว่ากัน นี่ไอ้เด็กเปรตคงมอมเหล้ารองกัปตันแล้วหลอกถามอะไรอีก... แต่ดูจากสีหน้าไม่ค่อยตื่นเต้นของลูกเรือที่เหลือแล้ว เรื่องเล่าคราวนี้คงไม่ใช่เรื่องส่วนตัวหรือประวัติที่ดูเหมือนจะจริงครึ่ง-หลอกครึ่ง ของรองกัปตันคนใหม่

อันที่จริง จะเรียกว่า ใหม่ นักคงไม่ได้ ในเมื่อรองกัปตันคนเก่าขึ้นเป็นกัปตันมาสองปีแล้ว และรองกัปตันคนที่เก่าน้อยกว่าก็เพิ่งตกน้ำตายห่าไปได้ไม่ถึงปีดี

แต่เขาไม่ได้สละเวลาอันมีค่าเดินมาบุกวงเหล้าของลูกเรือเพื่อประเมินความสามารถในการเล่าเรื่องของรองกัปตันคนปัจจุบัน...เพียงอย่างเดียว

"กอร์ดี้"

เมื่อเรียกชื่อออกไป ไอ้เด็กเมื่อวานซืนที่ตอนนี้ข้ามขั้นมาเป็นหัวโจกแล้วก็ดีดตัวลุกขึ้นอย่างว่องไว แถมมือที่มีนิ้วกุดๆ ด้วนๆ ไปนิดหน่อยยังคว้ากริชเล่มโปรดขึ้นจะพื้นมาด้วย

ไอ้กริชอัปมงคลที่เสียบตับกัปตันคนเก่าหายโหงไปนั่นละ...

"ลอร์ดน้อยของเจ้าเรียกหา อย่าให้เขารอ"

ยังไม่ทันเอ่ยจบประโยค ไอ้เด็กนั่นก็วิ่งหายไป ไวยิ่งกว่าได้ยินว่าเกิดพายุเสียอีก เขาไม่ได้มองตาม แต่เสียงฝีเท้าตุบตับก็บอกได้ดีแล้วว่ามันคง รีบ ไปจริงๆ

...เขาหวังว่าสักวันมันจะไม่ไปแล้วไปลับ
คนสนิทของลอร์ดแห่งไพค์...ตำแหน่งน่าสนใจกว่าลูกเรือกระจอกๆ หลายขุม

หวังว่าไพค์คงไม่ต้องเปลี่ยนเหนือหัวในเร็ววัน ไม่เช่นนั้น...คงหาลูกเรือฝีมือดีมาอุดรูรั่วไม่ทันการณ์
 
 
 
 
 
=====จบเห่กันเวนต์นี้=====
 
 
 
นี่เป็นเวนต์แรกที่อับอายขายขี้หน้า...
โอย...ข้าขอโทษกาสวยๆ และชาวเกาะเหล็กทุกท่าน
ข้ามันไร้ฝีมือ OTL
 
ช่างหัวชื่อตอนด้วยนะ...ฮืออออ
 
 
ของแถม...
 
หลังจากวง(เหล้า)แตก...

"แล้วมันยังไง"
"อะไรหรือ กัปตัน"
"ไอ้นิทานคนแผ่นดินใหญ่ของเจ้าน่ะซี...ไม่มีมังกรแล้วจะยังไง พวกมันจะวอดวายเพราะผีห่าอะไรไปหมดเรอะ"
"ถ้าตามที่ข้าเคยได้ยินมา...ก็คงใช่ มังกรตายไปแล้ว หากจะมีสิ่งใดยับยั้งกองทัพจากเหนือกำแพงได้ คงต้องเป็นศาตราที่เหนือกว่าดาบเล่มใด..."
"ฮารี..."
"ครับ กัปตัน"
"นิทานเจ้าห่วยว่ะ"
"ครั้งหน้า หากท่านไม่รู้จะเอาอะไรไปเล่าให้ลูกสาวฟัง ข้าจะไม่ช่วยคิดก็แล้วกัน"
"ไอ้..."
 

Comment

Comment:

Tweet

ตรวจกิจกรรม:
ตัวอักษรทั้งหมด 3,891 ตัว
ภาพถมดำ 2 ภาพ
ภาพปกติ 2 ภาพ
รวมทั้งหมด (3891/7)+(150*2)+(50*2) = 955.86
ผลตอบแทนที่ได้รับ: Money 700

#1 By EGoT on 2014-05-22 14:29