[EHW] Scrying - 27 years later

posted on 14 Aug 2013 10:36 by gomuth in EHW
เอนทรีนี้เป็นส่วนหนึ่งของ
 
 
 
 
 
Misha's Scrying : 27 years later
 
 


มิช่าพบว่า เวลาเหมาะที่สุดในการทำการบ้านวิชาพยากรณ์ศาสตร์ คือช่วงหลังเลิกเรียนจนถึงก่อนเวลาอาหารค่ำ ช่วงเวลาที่รูมเมตของเธอมักจะไม่อยู่ในหอนอน...เช่น ออกไปว่ายน้ำกับปลาหมึกในทะเลสาบ
 
อันที่จริง เด็กหญิงเลือกทำการบ้านที่มีโอกาสเกิดแสงสีเสียง หรือผลลัพธ์ที่เห็นความล้มเหลวกันจะแจ้งในเวลาที่ไม่มีใครพบเห็นอยู่แล้ว
 
ไม่ใช่ว่าเธอกลัวจะขายหน้าเมื่อทำพลาดหรอกนะ ไม่มีทาง ก็แค่ในห้องที่มีคนอยู่น่ะตั้งสมาธิได้ยากเท่านั้นละ แถมนี่เป็นวิชาซับซ้อนจนเด็กปีต้นๆ ไม่ได้เรียนเลยนะ
 
วิคยังเคยบอกว่า ศาสตร์แห่งการพยากรณ์เป็นเรื่องยากจนหาผู้เชี่ยวชาญได้น้อย แถมแค่ขยัน...ตั้งใจฝึกฝนอย่างเดียวก็ไม่ได้ ต้องมีพรสวรรค์ เป็นผู้ถูกเลือก เป็นพ่อมดวิเศษในตำนานที่ร้อยปีจะมีมาเกิดสักคนอีกต่างหาก...
 
แต่พ่อเคยบอกว่าอย่าเชื่อวิคมากไป แถมยังดุบ่อยๆ เวลาพี่ชายตั้งท่าจะเล่ามหากาพย์ตำนานพ่อมด(ที่ออกจะน่าสนุก) ให้เธอฟังก่อนนอน
 
แต่สีหน้าวิคดูจริงจังมากทุกทีที่เล่าเลยนะ...
 
เอาเถอะ วิคอาจจะขี้โม้ แต่คงไม่โกหกเธอหรอก พ่อมดวิเศษที่ว่าคงไม่ได้ร้อยปีมาเกิดแค่คนเดียว แต่อาจจะเป็นสามคนก็ได้
 
...เล่าว่าร้อยมีปีคนเดียวดูน่าสนุกกว่าตั้งเยอะ
 
เด็กหญิงพยักหน้าหงึกหงักกับตัวเอง ก่อนหยิบลูกแก้วพยากรณ์ที่ยืมมาออกจากกล่องบุนวมกำมะหยี่ มันเป็นลูกแก้วกลมๆ ที่หลอมได้ใสปิ๊งจนน่ากลัวจะทำแตก ดูแล้วขลังไม่ใช่ย่อย
 
มิช่าถือลูกแก้วด้วยสองมือ ขนาดของมันไม่ได้ใหญ่โตอะไรมาก แถมยังไม่หนักสักเท่าไร...ละมั้ง การที่มือของเธอสั่นคงเป็นเพราะความเครียดมากกว่า ไม่ใช่ว่ามันหนักจนสองมือประคองไม่ค่อยไหวหรอก แต่ถ้าสั่นแบบนี้คงไม่ดีแน่ ลูกแก้วพยากรณ์ควรจะอยู่นิ่งๆ สิถึงจะถูก
 
ว่าแล้วเธอก็วางลูกแก้วลงบนเตียง...หันไปคว้าหมอนมาตบๆ ให้ฟู เอากำปั้นทุบตรงกลางให้บุ๋มลงไปหน่อย แล้วออกแรงยกลูกแก้วไปวางแหมะตรงกลางรอยยุบนั่นพอดิบพอดี ลูกแก้วกลมดูจะว่านอนสอนง่ายกว่าที่คิด มันยอมอยู่บนหมอนนุ่มๆ อุ่นๆ ไม่กลิ้งหนีไปไหน ไม่ขยับเลยสักนิด
 
แบบนี้ค่อยดีขึ้นหน่อย
 
เด็กหญิงเอนตัวลงนอนคว่ำ คว้าหมอนอีกใบมากอด ดวงตาสีฟ้าใสมองเข้าไปในลูกแก้วอย่างตั้งอกตั้งใจ
ไม่เห็นมีใครบอกนี่ว่าจะทำสมาธิต้องไปนั่งที่โต๊ะน่ะ
 
ว่าแต่ต่อไปต้องทำยังไงนะ?
 
เด็กหญิงกลิ้งตัวไปที่ขอบเตียง จนร่างกายท่อนบนห้อยลงไปข้างๆ หางเปียยาวสีแดงแกว่งไกวปัดบนพื้นพรมสีเข้มกว่านิดหน่อย ขณะเจ้าตัวล้วงเข้าไปในกระเป๋านักเรียนเพื่อหากระดาษจด
แล้วก็หยิบออกมาอ่านทั้งๆ ที่ห้อยหัวอยู่อย่างนั้น
 
...นึกถึงตัวเองในอีกสิบปีข้างหน้า...
 
สิบ... ตอนนี้สิบเอ็ด...อีกสิบปีเธอก็อายุยี่สิบเอ็ด...
คิดแล้วโคนจมูกเล็กๆ ก็มีรอยย่นเหมือนทุกครั้งที่มีอะไรไม่ได้ดั่งใจ
ฉันก็เป็นป้าแก่แล้วสิตอนนั้น...
 
ถ้าอีกสิบปี วิคก็อายุ...ยี่สิบแปด แก่ชะมัด
ใครจะไปอยากรู้เรื่องแก่ๆ นานขนาดนั้นกันเล่า
 
เธอพาตัวเองกลับมานอนเท้าคางมองลูกแก้วพยากรณ์ได้โดยไม่ทำให้กระโปรงเปิด หลังจากปัดหางเปียยาวออกจากใต้ศอกแล้ว ก็ยกขาแกว่งไหวๆ กลางอากาศ พลางตั้งสมาธิ
 
อีกสิบปี...ฉันจะเป็นยังไง
สิบปี...ถ้าดูได้ขนาดนั้นทำไมไม่ดูสักร้อยปีเลยล่ะ
แต่ถึงร้อยปีคงไม่เหลือซากอะไรแล้ว
งั้นสักยี่สิบ...สามสิบปีก็คงพอ...
แต่สามสิบปีบวกสิบเอ็ดปี....ดูจะนานไปหน่อยละมั้ง
สิบปีก็ได้ ยี่สิบห้าปีก็ได้ ถ้ากลัวมันเลขสวยไปก็เอามาสักยี่สิบเจ็ดปีละกัน...
 
จะกี่ปีก็ทำนายออกมาเถอะน่า!
 

-------------------
 
เด็กสาวผมแดงยืนอยู่ท่ามกลางความร้อน
ร้อนแน่หรือ? น่าจะใช่...เพราะรอบกายเธอมีแต่ควันไฟสีทึม เปลวแดงฉานลุกไหม้อยู่โดยรอบ แม้เกล็ดน้ำแข็งสีขาวจะร่วงหล่นลงมาไม่ขาดสาย พระเพลิงก็ไล่เลียจนมันระเหยเป็นไอ ลอยกลับคืนสู่ฟากฟ้าเบื้องบน
 
เด็กสาวซุกมือข้างหนึ่งลงในกระเป๋าเสื้อโค้ทที่ยาวเพียงคลุมสะโพก...
เธอไม่ได้สวมถึงมือ นิ้วเล็กๆ ขาวซีดเหมือนกระดูกแท่งบางๆ มีเพียงข้อนิ้วที่แดงช้ำราวกับกำลังทนทุกข์กับอากาศหนาวเย็น
 
หนาวงั้นหรือ? น่าจะใช่...เพราะบนพื้นที่รองเท้าหนังหุ้มข้อนั้นเหยียบย่ำผ่าน ปกคลุมด้วยหิมะหนา จนรอยเท้าเล็กๆ ของเธอประทับลึกลงไปหลายเซนติเมตร หิมะเหล่านั้นไม่ได้มีสีขาวจนสะท้อนแสงอาทิตย์แสบตา แต่กลับมีสีตุ่นๆ ราวเพิ่งถูกไถกวาดขึ้นจากพื้นถนน ไม่น่าเอามือกอบมาเล่นเลยแม้สักนิด
 
แต่เด็กสาวผมแดงไม่ใส่ใจ ทั้งหิมะสีสกปรก และเปลวไฟที่ลุกเรี่ยพื้นอยู่รอบๆ เธอก้าวไปเรื่อยๆ อย่างไม่รีบร้อน แต่ก็มิได้แช่มช้าจนกลายเป็นเอ้อระเหย ย่างก้าวสั้นๆ แต่มั่นคงตัดผ่านทุ่งหิมะที่มีไฟลุกโชน
 
...มุ่งหน้าไปหาเหยื่อ
 
มือที่ซุกลงในกระเป๋าเมื่อครู่ถูกดึงออกมา ปลายนิ้วขาวที่สั่นระริกคีบลูกกวาดเม็ดกลมในห่อสีสดใสติดออกมาด้วย นิ้วเล็กๆ ทั้งสิบจากทั้งสองมือบรรจงคลี่กระดาษห่อออก ลูกกวาดสีสวยไม่แพ้กันแตะที่ปลายลิ้น เลื่อนผ่านริมฝีปากค่อนข้างซีด ผ่านแนวฟันซี่เล็กที่เรียงเป็นระเบียบ และหายลับไป ขณะที่นิ้วบางๆ ยังกรีดรีดกระดาษห่อลูกกวาดให้เรียบ ก่อนพับครึ่ง กรีดขอบจนแนบสนิท แล้วพับทบอีกครั้ง
 
ตลอดกรรมวิธี...จนกระดาษห่อที่พับเรียบร้อยถูกสอดเข้าไปในกระเป๋าเสื้อโค้ทอีกข้างอย่างเงียบเชียบ ดวงตาของเด็กสาวไม่เคยละจากเหยื่อตรงหน้าเลย
 
เหยื่อนั้นคือชายคนหนึ่ง
สวมเสื้อคลุมสีดำท่าทางหนาหนัก แต่คงให้ความอบอุ่นได้ไม่น้อย บนศีรษะมีหมวกทรงกระบอกตัดเย็บจากขนสัตว์นุ่มฟูน่าสบาย ร่องรอยรองเท้าบนพื้นหิมะบ่งบอกว่าเพื้นรองเท้าหนาๆ นั้นเหมาะแก่การเดินย่ำบนพื้นหิมะเป็นอย่างยิ่ง
 
เขาไม่น่าจะต้องเป็นห่วงอะไรเมื่อมีเครื่องแต่งกายที่เพียบพร้อม แต่ใบหน้าของชายผู้นั้นกลับขาวซีด ไร้สีเลือด ดวงตาเบิกกว้าง ตาขาวที่ควรจะขาวหรือเจือด้วยสีเหลืองนิดหน่อยกลับมีร่องรอยของสีชมพูเป็นริ้ว
หมวกขนสัตว์นุ่มๆ ของชายคนนั้นหล่นลงบนพื้นหิมะสกปรก เมื่อเจ้าตัวก้าวพลาดและล้มกลิ้งไม่เป็นท่า แต่สีหน้าบิดเบี้ยวทำให้รู้ว่าคงจะติดบ่วงกับดักที่มีฝังไว้ทั่วบริเวณเสียมากกว่า
 
เด็กสาวเดาะลิ้นขัดใจอย่างยิ่ง เมื่อเหยื่อดึงขาซ้ายขึ้นพ้นหิมะให้เห็นจะๆ ตา ข้อเท้าที่บิดเบี้ยวนั้นมีเครื่องมือโลหะหน้าตาเหมือนกรามที่มีฟันเหล็กแหลมคมงับติดอยู่
 
แต่เสียงเดาะลิ้นนั้นก็เป็นเพียงเสียงเดียวจากปากของเด็กสาว...
เมื่อเหยื่อสิ้นท่า พยายามกระเสือกกระสนหนีด้วยสองมือและหนึ่งเท้า ทั้งที่ยังอยู่ในท่านอนหงายบนพื้นหิมะที่ซุยกว่าบริเวณอื่น...แน่นอนว่าทำให้การเคลื่อนไหวยากลำบากเป็นเท่าตัว
เด็กสาวหยุดเดินก่อนจะถึงบริเวณที่หิมะซุยเป็นพิเศษนั้น ช่วงไหล่ที่เกร็งขึ้นอย่างกะทันหันไม่ได้บ่งบอกถึงความเครียด....แต่เป็นความไม่พอใจ
เธอคงไม่ชอบให้อะไรๆ ง่ายดายเกินไปเช่นนี้
 
นิ้วบาง ขาวปานกระดูกถูกยกขึ้น เพียงนิ้วชี้เล็กๆ นิ้วเดียว ด้วยท่วงท่าราวจะทิ่มแทงไปให้ถึงตัวเหยื่อที่ห่างออกไปหลายเมตร
เธอสบตาเหยื่อ...ทุกครั้ง...เท่าที่จะทำได้ มองเข้าไปในดวงตาที่หวาดกลัวนั้น
มันทำให้อะไรๆ ง่ายขึ้นเสมอ
 
ไม่มีเสียงร่ายคาถา
 
ไม่มีการโบกไม้กายสิทธิ์
 
แต่ชีวิตก็ปลิดปลิว...
 
ลมพัดมาแรงขึ้น เกล็ดหิมะที่เมื่อครู่ยังไม่มีพิษมีภัยกลับบินว่อนมาบาดแก้ม เรือนผมสีแดง แม้จะตัดสั้น ก็ยังปลิวเปะปะจนน่ารำคาญ เด็กสาวยกมือเล็กๆ ที่ยังขาวสะอาดขึ้นสาง แต่ไม่นานเรือนผมก็กลับไปยุ่งฟูอีกครั้ง เธอเดาะลิ้นขัดใจอีกครั้ง ก่อนหันไปมองร่างไร้ชีวิตที่นอนแน่นิ่งอยู่เบื้องหน้า เครื่องแต่งกายสีดำกำลังค่อยๆ ถูกกลบฝังด้วยหิมะที่เคลื่อนมาตามแรงลม หมวกขนสัตว์ท่าทางอุ่นและนุ่มกลิ้งไปเล็กน้อย แต่เริ่มถูกเกล็ดหิมะขาวเกาะ
 
ถ้าไม่รีบ...คงถูกฝังไปด้วยเหมือนกัน
 
มือเล็กๆ ทั้งสองข้างถูกยื่นออกไปข้างหน้า ก่อนจะตบเบาๆ หนึ่งครั้ง
 
ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
 
ร่องรอยเล็กๆ ปรากฏบนโคนจมูก เหมือนทุกครั้งที่เธอทำอะไรแล้วไม่ได้ผลดังใจ
 
เด็กสาวตบมืออีกครั้ง...
 
หมวกขนสัตว์ใบนั้นขยับเล็กน้อย ดูเหมือนมันพยายามกลิ้งทวนกระแสลมอย่างสุดความสามารถ
 
เธอยิ้ม...และตบมืออีกครั้ง!
 
คราวนี้เจ้าหมวกก็ลอยหวือ แหวกลมและเกล็ดหิมะเข้ามาหาสองมือที่กางออก มันมีขนาดใหญ่กว่าที่คิด แต่ก็นุ่มฟู และอบอุ่นเช่นกัน
 
มือเล็กๆ ปัดเศษหิมะออกจากขนนิ่มๆ แล้วสวมลงบนศีรษะที่มีเรือนผมแดง
หิมะท่วมถึงข้อเท้าแล้ว...เด็กสาวยกเท้าขึ้นสะบัดทีละข้าง ไล่เกล็ดหนาวเย็นสีขาวออกไปให้พ้นตัว ตั้งท่าจะหันหลัง เดินกลับไปตามทางที่ย่ำมา
 
แต่แล้วก็ชะงัก หันกลับไปมองศพในชุดดำที่ถูกกลบฝังไปครึ่งตัวแล้วอีกครั้ง นิ้วเรียวสามนิ้วถูกยกขึ้นแตะที่ริมฝีปากซีดๆ ก่อนเจ้าตัวจะผายมือออก ยื่นไปทางร่างศพนั้นราวกับส่งจูบอำลา แด่เหยื่อผู้ไม่เคยหนีรอด
 
ฉับพลัน เปลวไฟเล็กๆ ก็ปรากฏขึ้นบนผืนผ้าคลุมสีดำที่น่าจะชื้นแฉะ และลามเลียไปตามผิวหนังของศพ ราวกับมีเกล็ดหิมะเป็นสื่อนำ สะเก็ดไฟแตกเปรี๊ยะและปลิวว่อนท่ามกลางความเงียบ แต่เด็กสาวไม่สนใจมองเปลวเพลิงที่ลุกโหมอบอุ่นนั้น เธอหันหลัง และเดินกลับไปตามทางที่จากมา ผ่านพื้นหิมะสีหม่นที่มีเปลวไฟลุกเรี่ยอยู่ตามพื้น ดวงตาสีฟ้าสดมองไปข้างหน้า ไม่เหลือบแลว่าต้นเพลิงที่ให้ความอบอุ่นอยู่ตามทางนั้น คือซากศพในชุดคลุมสีดำที่ถูกฝังอยู่ครึ่งตัวในผืนหิมะ...
 
 
 
-------------------
 
 
 
เด็กหญิงลืมตาตื่นขึ้นในห้องนอนมืดๆ
 
เธอยกมือขึ้นจะขยี้ตา แต่กลับรู้สึกว่ามีอะไรนุ่มๆ หนืดๆ ทับแขนอยู่ จึงหันไปมอง และพบมิสเตอร์บรันช์ ไดเนอร์ นอนแลบลิ้นแผล่บ เลียแก้มทักทายหนึ่งครั้งถ้วน
 
มิช่าถีบเจ้าไชนีสซาลามานเดอร์ลงจากเตียงทันที!
 
หลังจากได้ขยี้ตาสมใจอยาก และมิสเตอร์บรันช์ ไดเนอร์ ก็คลานกลับเข้ารังที่ใต้เตียงเรียบร้อยแล้ว เด็กหญิงจึงรู้สึกว่าในอ้อมแขนมีอะไรกลมๆ แข็งๆ เย็นๆ อยู่
 
เธอขมวดคิ้วมองเจ้าลูกแก้วที่ใหญ่และหนักจนถือด้วยมือเดียวไม่ไหวอยู่พักหนึ่ง แล้วจึงนึกได้ว่ามันคืออุปกรณ์ทำการบ้านวิชาพยากรณ์ศาสตร์
 
...ลูกแก้วพยากรณ์ก็ทำให้คนหลับได้เหมือนกันนะเนี่ย
 
แถมฝันพิลึกอีกต่างหาก
 
มิช่าประคองลูกแก้วพยากรณ์ไว้ด้วยสองมือ พยายามยก...แล้วก็เปลี่ยนใจ เธอรั้งเจ้าลูกแก้วนั่นเข้ามากอด แล้วกลิ้งตัวกลุกๆ ไปจนถึงขอบเตียง จนห้อยหัวหางเปียแกว่งเรี่ยพื้นพรม จึงยื่นมือออก ค่อยๆ หย่อนลูกแก้วพยากรณ์ลงในกล่องไม้บุกำมะหยี่ จากนั้นจึงเก้ๆ กังๆ จับฝางับปิดแล้วล็อกให้เรียบร้อย กันไม่ให้มิสเตอร์บรันช์ ไดเนอร์ มาแงะเปิดแล้วเลียจนเลอะเทอะหมด
 
ไว้พรุ่งนี้ค่อยหาคนช่วยยกไปคืนก็แล้วกัน
ขืนพยายามใช้คาถาช่วยยกของละก็...มีแต่จะทำกล่องไหม้เสียเปล่าๆ
 
เสกอะไรให้มันไม่ไหม้นี่ยากจริงๆ
 
 
 
ENDOFMISHA'SSCRYING
 
 
- สรุปผล...อีหนูส่งกระดาษเปล่า การบ้านยากเกินไป ทำไม่ได้
- ฝันที่เห็นไม่ใช่อนาคตของมิช่า แต่ไม่ใช่ว่าไม่เกี่ยวกับตัวละครเลย
- ไม่ได้แอ็บสแตรกเท่าไร แต่ไม่เข้าใจก็ไม่เป็นไร /กราบงามๆ แด่ทุกคนที่ยอมอ่านมาจนจบ
 

 
SEEYOUNEXTTASK
 
 
 
 

edit @ 14 Aug 2013 14:44:45 by GoMuth

Comment

Comment:

Tweet

ได้อ่านการบ้านและให้คะแนนเรียบร้อยแล้วนะคะ
ขอบคุณที่เข้าร่วมกิจกรรมการบ้านในครั้งนี้ค่ะ ^__^/

#1 By Dr.Seiji on 2013-08-16 21:37